วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผลกระทบการเรียนและสุขภาพ จากเกม Pokemon go


Pokemon go (4)



วัยรุ่นควรรู้! ผลกระทบการเรียนและสุขภาพ จากเกม Pokemon go


ยิ่งขณะนี้เป็นระยะเปิดเทอมของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ล่าสุด นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ออกมาระบุว่า Pokemon เป็นเกมมือถืออย่างหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมาจากเกมจอ แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมือถือเล่นไปเดินไป ข้อดี คือผู้เล่นได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปสถานที่ต่างๆ มากกว่าอยู่ในห้อง ส่วนข้อเสียมีดังนี้

1.เพิ่มความเสี่ยงต่อสมาธิสั้นในเด็ก  วงการศึกษาพบว่า  การเล่นเกมจอ เกมมือถืออย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุหนึ่งนำมาซึ่งภาวะสมาธิสั้น  ดร.ดักลาส เจนไทล์มหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาเด็กสิงคโปร์จำนวน 3,000 คนอายุระหว่าง 8-17 ปีเป็นเวลา 3 ปี  ดูความถี่และระดับความรุนแรงของเกมสรุปว่า  “ผลร้ายที่เกิดขึ้นมากกว่าผลดี คือ ความตื่นเต้นเร้าใจและผลของคะแนนที่ได้รับหรือการผ่านด่านแต่ละด่านให้ผลรวดเร็วทันใจกว่ามาก มากกว่าการเรียนหนังสือที่ต้องใช้ความพยายามอดทนเรียนเป็นเวลายาวนาน ทำให้เด็กพบว่าชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีแรงกระตุ้นเร้าเพียงพอและน่าเบื่อหน่าย
Advertisement
เจนไทล์ให้ข้อสังเกตอีกว่า เด็กยิ่งใช้เวลากับการเล่นเกมจอมากเท่าไรก็จะยิ่งควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่และขาดสมาธิมากเท่านั้น  ซ้ำร้ายเด็กยิ่งมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นก็ยิ่งมีแนวโน้มอยากเล่นเกมจอมากขึ้น กลายเป็นวงจรก่อโรค
2.เกิดการเสพติด  การเล่นแต่ละครั้งใช้เวลาเล่นเป็นชั่วโมงๆ หรือค่อนวัน ทำให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียน ต้องเสียเวลาแลอาจเสียอนาคตได้ นอกจากนี้ “การต่อสู้” และ “ความพึงพอใจ” ที่ได้จากในเกม   หรือแม้แต่การ “ความพึงพอใจที่จับ Pokemon พันธุ์หายาก” ได้ จะทำให้สมองหลั่งสาร Dopamine ซึ่งกระตุ้นให้เร่งเร้า และตอบสนองเป็นความพึงพอใจไปเรื่อยๆ  คล้ายกับเวลาที่คนเราเล่นไพ่  เซลล์สมองจะได้รับสาร Dopamine ไปเรื่อยๆและอยากเสพต่อๆไป  นี่คือกลไกของการติดเกม
3.เสี่ยงที่จะเกิด Office syndrome และกระดูกทับเส้น ท่าทางในการเล่นที่ต้องก้มหน้า โก่งคอ ง่ายต่อการเกิดปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ ต้นแขน เกิดโรค Fibromyalgia กระทั่งกระดูกคอกดทับเส้นประสาทได้
4.เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พลัดตก หกล้ม ในต่างประเทศมีผู้เล่นที่พลัดตกเหวเสียชีวิตมาแล้ว
5.เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เนื่องจากการตั้งเสา ใครก็สามารถขอตั้งที่ไหนก็ได้ จึงเคยมีเคสที่ผู้เล่นถูกดึงดูดไปยังสถานที่เปลี่ยว แต่กรณีนั้นเอะใจก่อน กลับไปเรียกตำรวจ

และสุดท้ายที่นพ.บรรจบ ขอเสริมก็คือ อย่างที่ทราบว่า “Pokemon Go เป็นระบบเครือข่าย internet ที่สัมพันธ์กับ Facebook, Google ของประเทศมหาอำนาจโดยใช้ระบบ GPS แต่เจาะลึกเข้าถึงบ้านเรือน ห้องหอ ข้อมูลส่วนตัวของทุกๆคน   อาจมีผลกระทบถึงความปลอดภัยแห่งชาติหรือไม่?  ถ้าข้อมูลแผนผังสำนักงาน องค์กรรัฐบาล ถูกเก็บรูปภาพส่งขึ้นศูนย์ข้อมูลของ Google ที่ควบคุมโดยประเทศมหาอำนาจ”
พร้อมกับสรุปว่า “Pokemon เป็นเกมแห่งการเสพย์ติด เหมือนเวลาคนเล่นไพ่ ติดได้งอมแงม เล่นได้ไม่เกินวันละ ½ ชม. หรือทางที่ดี เด็กเล็กในวัยที่ต้องการพัฒนาการทางสมองและระบบประสาท ไม่ควรเล่น เด็กโต อาจติดเกมจนเสียการเรียนได้  พ่อแม่ต้องควบคุมใกล้ชิด และ วัยรุ่นนักเรียนนักศึกษา ถ้าจะเล่น ต้องแบ่งเวลาเรียนให้ดีเสียก่อน  ระวัง! อุบัตเหตุ ระวัง! ถูกล่อไปสู่สถานที่เปลี่ยว ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ วัยทำงาน เล่นอย่าให้เสียงาน ระวัง office syndrome ปวดคอบ่าไหล่ กระดูกทับเส้น” วัยรุ่นควรรู้! ผลกระทบการเรียนและสุขภาพ จากเกม Pokemon go

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

macbook VS notebook

ความคิดเห็นของผู้ใช้macbook และผู้ใช้notebookธรรมดา




คห.1 :
mac แพงกว่า ใช้ระบบปฏิบัติการ mac os (ลง windows ได้ ผ่าน bootcamp)
notebook ทั่วไป ส่วนใหญ่เป็น windows ค่ะ

คห.2 :
mac ลง osx มาจากโรงงาน notebook ส่วนใหญ่ลง linux / windows มาต่างกันยังไง เหมือนซื้อ iphone กับ samsung การใช้โปรแกรม (app) ใช้ด้วยกันไม่ได้ วิธีใช้ต่างกัน
คุณต้องเรียนรู้การใช้งานใหม่
งานที่ทำใน mac พวกเอกสารต่างๆ เอาไปเปิดในคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปไม่ได้ หรือได้ก็เพี้ยน
คุณจะเอาไปลง windows เพื่อที่จะใช้เหมือนคนอื่นก็ได้ แต่เหมือนทิ้งเงินค่าโปรแกรมต่างๆ ที่ซื้อไว้เปล่าๆ
ราคา mac มี spec ที่ต่างจากระบบของ notebook ส่วนใหญ่และรวมค่าโปรมแกรมหลายๆตัวมาแล้ว ทำให้ราคาสูงกว่ามาก
การซ่อม mac ร้านทั่วๆไปดูแลไม่ได้ หลายรุ่นเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้
โดยรวมๆคือ notebook เหมาะกับคนทั่วไปมากกว่า ถ้าอยากใช้ mac จริงๆไปทดลองใช้ที่ร้าน หลายๆชั่วโมงดูครับ เค้ามีเครื่องให้ทดลองใช้

คห.3 :
ตอบสำหรับคนที่เปลี่ยนมาใช้ Mac อยู่นะครับ ส่วนตัวเคยใช้ Notebook อยู่ นี่จากความเห็นส่วนตัวนะครับ
ความรู้พื้นฐานก่อนเลยครับ

Notebook = คือโน๊ตบุ๊คแหละครับ ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows 7,8 หรือ Linux ก็ว่ากันไป
Macbook = จัดอยู่ใน Type Notebook ครับ แต่ที่เรียกว่า Macbook เพราะ Macbook ใช้ระบบปฎิบัติการ OSX ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่เสถียรกว่าและแตกต่างกว่า Windows โดยสิ้นเชิง ซึ่งจะมีมาให้เฉพาะสำหรับคนที่ใช้ Mac ครับ (เหมือน iPhone กับ Android แหละครับ)

ซึ่ง Macbook คุณสามารถลง Bootcamp (Program เฉพาะของ Mac) เพื่อลง Windows ได้ (Bootcamp ก็คล้ายๆกับโปรแกรมแบ่ง Partition Harddisk แหละครับ เช่นคุณมี Harddisk 500GB คุณสามารถใช้ OSX 250GB และลง Windows 7 หรือ 8 อีก 250GB ก็ได้แล้วแต่เราจะแบ่ง การใช้งานฝั่ง Windows ก็เป็นแบบที่เราใช้ๆกันอยู่แหละครับ อันเดียวกัน)

หากเทียบทางด้าน Spec
-Macbook แพงกว่ามากมากมากแน่นอน

หากเทียบทางด้านระบบปฎิบัติการ
= OSX ดีกว่า เสถียรกว่าแน่นอน คุณจะไม่ค่อยเจอเล่นๆละค้างให้เห็น หากเล่นใน OSX

หากเทียบทางด้านความใช้ง่าย
= OSX ดีกว่าแน่นอน เพราะเป็นระบบปฎิบัติการที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก (แต่คุณต้องทำความเข้าใจและเล่นเป็นก่อนนะครับ !!!) เปรียบเทียบหากคุณเคยเล่น iPhone กับ Android(พวก Samsung,LG,HTC เนี่ยแหละครับที่ใช้ Android) คุณจะเห็นว่าการใช้ iPhone ง่ายกว่ามาก

หากเทียบด้านการทำงาน
= Windows ดีกว่าอยู่แล้วครับ เพราะพวกงาน Microsoft Office ต่างๆที่เราๆใช้กันอยู่นั้น
1. หากคนที่ทำใน Office ใน Mac จะสามารถ Save ให้เลือกสำหรับให้คนที่ใช้ Windows ได้หรือคนที่ใช้ Mac ด้วยกันได้ โดยไม่เพี้ยนครับ แค่กด Save for Windows ก็จบแล้วครับ
2. แต่หากคนที่ทำ Office ใน Windows แล้วส่งให้ Mac เปิด จะเพี้ยนแน่นอนครับ เพี้ยนยังไง ก็พวกเว้นวรรค ค่าหน้ากระดาษ จะจัดมั่วไปหมดนะครับ (ซึ่งเวลามีงาน ผมแก้โดย ก็เปลี่ยนมาใช้ Windows สิครับ เพราะ Mac สามารถลง 2 ระบบปฎิบัติการได้ )

พวกโปรแกรมความเห็นส่วนตัว ทุกวันนี้ App หลักๆที่คุณใช้ บน Mac OSX ก็มีหมดแหละครับ

การซ่อม
Macbook = รับประกัน 1 ปี แต่สามารถซื้อประกันเพิ่มได้อีก 1 ปีครับ เป็นประกัน 2 ปี ซึ่ง คหสต. มันแพงมากกกก !!! และผมว่า Macbook ไม่ค่อยเสียอยู่แล้วครับ เครื่องนี้ผมใช้มา 4 ปีแหละครับ ยังความเร็วเท่าเดิม ไม่อึดดดดดด และไม่เคยซื้อประกันเพิ่มครับ
Notebook = รับประกัน 1 ปี แต่บางยี่ห้อ อาจซื้อเพิ่มได้ถึง 1 หรือ 2 ปี เป็นประกัน 3 ปี แต่ คหสต.มันอืดครับหากใช้ไปนานๆ

โดยส่วนตัว จขกท. เป็นผู้หญิง

หากอยากเริ่มอะไรใหม่ๆ อยากเรียนรู้ ลองใช้ Mac ดูครับ ตอนเริ่มแรก จะยากนิดนึง แต่ผมมั่นใจว่า 1 อาทิตย์คุณก็เป็นแล้วครับ
หากไม่เป็นคุณไปเข้าคอร์สเรียนได้ครับ คุณไปซื้อ Mac ที่ไหน ที่นั่นจะมีการแนะนำการสอนให้คุณแน่นอน เป็นคอร์สเลยครับ

หากเลือก Macbook คุณจะสามารถใช้ได้ 2 ระบบปฎิบัติการ OSX กับ Windows หากคุณลง Program Bootcamp หรือ Program Parallels

ซึ่งหากคุณเล่นเป็นแล้วผมมั่นใจว่า คุณจะยอมรับว่ามันใช้ง่ายกว่า Windows แน่นอน !!

อ้างอิง : http://pantip.com/topic/30828358

10ข้อเท็จจริงของ iCloudที่ผู้ใช้ ios ต้องรู้!

10 ข้อเท็จจริงของ iCloud Photo Library ที่ผู้ใช้ iOS ต้องรู้


1. iCloud Photo Library คืออะไร?

iCloud Photo Library อนุญาตให้ผู้สามารถเก็บภาพและวิดีโอในเครื่องไว้บน iCloud เราสามารถเข้าถึงไฟล์เหล่านั้นจากอุปกรณ์ตัวไหนก็ได้ แล้วยังช่วยให้เครื่องมีความจุเพิ่มขึ้นด้วยการเก็บภาพความละเอียดต่ำไว้บนเครื่องแทน เวลากดดดูค่อยโหลดภาพความละเอียดสูงจาก iCloud ลงมาแสดงผล
สิ่งสำคัญ เมื่อเราเปิดใช้งาน iCloud Photo Library แล้ว Camera Roll และ My Photo Stream จะถูกแทนที่ด้วยอัลบัมรูปทั้งหมดที่คุณมีแทนทันที
ก่อนหน้านี้ My Photo Stream จะเก็บรูป 30 วันล่าสุด ไว้บนเครื่องของเรา (สูงสุด 1,000 ภาพ) ซึ่งจะ Synced รูปไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด แต่หากเป็น iCloud Photo Library ทั้งรูปและวิดีโอจะไปปรากฏบนทุกอุปกรณ์ของคุณโดยไม่หายไป สิ่งเดียวที่หายคือ "อัลบัม" (ในเวอร์ชั่นถัดไปน่าจะแก้ไข)


2. เราควรอัพเกรตไปใช้ iCloud Photo Library เลยหรือไม่?

iCloud Photo Library ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงทดสอบ (เบต้า) เราควรตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง มันมีประโยชน์มากหากเราต้องการที่จะเชื่อมต่อรูปภาพและวิดีโอระหว่าง iOS ทุกตัวที่คุณมีไว้ด้วยกัน เพื่อให้เรียกดูจากเครื่องไหนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ควรสำรองข้อมูลรูปและวิดีโอไว้ในที่ปลอดภัยก่อนเริ่มต้นใช้งาน


3. วิธีเปิดใช้งานคุณสมบัติ iCloud Photo Library

บนอุปกรณ์ที่ใช้งาน iOS ไปที่ Settings >> iCloud >> Photos & Camera เลือกเปิด วิธีเปิดใช้งานคุณสมบัติ iCloud Photo Library (beta)
***ต้องใช้ iOS เวอร์ชั่น 8.1 ขึ้นไปถึงมีความสามารถนี้***


4. วิธีดูรูปและวิดีโอที่อยู่ใน iCloud Photo Library

เราสามารถดูรูปและวิดีโอได้ในอัลบัมภาพบน iOS เครื่องไหนก็ได้ หรือดูผ่านเว็บบราวเซอร์โดยไปที่ iCloud.com เข้าสู่ระบบด้วย Apple ID เลือก Photo เพื่อดูภาพและวิดีโอครับ ในขณะนี้ยังไม่มีแอพฯ สำหรับเข้าถึง iCloud Photo Library แยกออกมาโดยเฉพาะ Apple วางแผนที่จะพัฒนาแอพ Photos สำหรับ Mac ในช่วงสิ้นปีนี้

2015-01-20_123924


5. การใช้ iCloud Photo Library เพื่อเพิ่มพื้นที่บนเครื่อง

สามารถเปิดใช้งานการเก็บภาพความละเอียดสูงบน iCloud Photo Library แทนที่จะเก็บไว้ในเครื่องด้วยการไปที่ Settings >> Photos & Cameras >> iCloud Photo Library หรือ Settings >> iCloud >> Photos จากนั้นเลือกเปิดใช้งาน Optimize iPhone Storage


6. เราสามารถเพิ่มรูปเข้าไปใน iCloud Photo Library ด้วยตนเองได้หรือไม่?

ถ้าเราใช้ Mac เราสามารถเพิ่มรูปไปยัง iPhone, iPad หรือ iPod touch ผ่านทาง AirDrop ซึ่งมันจะอัพโหลดไปยัง iCloud Photo Library ให้อัตโนมัติ
ส่วนผู้ใช้ PC หรือ Mac ที่ใช้ OS X Mavericks ขึ้นไป สามารถอัพโหลดรู)เข้าไปได้ผ่านทางเว็บไซต์ iCloud.com โดยจะมีปุ่ม Upload อยู่ททางมุมขวาบนของหน้าเว็บไซต์


7. iCloud Photo Library รองรับไฟล์ฟอร์แมทไหนบ้าง
ประเภทไฟล์ที่รองรับ คือ JPEG, RAW, PNG, GIF, TIFF และ MP4

8. จะป้องกันไม่ให้รูปถูกเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง iOS เครื่องอื่นได้อย่างไร?
สามารถปิดได้โดยไปที่ Settings >> iCloud >> Photos และเลือก "ปิด" Upload to My Photo Stream


9. พื้นที่ของ iCloud Photo Library ถูกนับรวมกับ iCloud storage หรือไม่?

ถูกต้องแล้ว มันใช้พื้นที่เดียวกัน iCloud ในขณะนี้ใช้สำหรับเก็บ iCloud Backup, iCloud Drive, iCloud Mail, Data จากแอพฯ และรวมถึง iCloud Photo Library beta ด้วย ข้อมูลที่ไม่ได้ถูกจัดเก็บไว้บน iCloud storge คือ Music,Apps, Books, TV shows, Movies และ My Photo Stream


10. จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราแก้ไขหรือลบภาพ?

เมื่อเราทำการแก้ไขภาพ มันจะดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงลงมาที่เครื่องและบันทึกการเปลี่ยนแปลงของภาพบนอุปกรณ์ทุกตัว ส่วนการลบภาพทิ้งเมื่อเราลบภาพบนเครื่อง ภาพบน iCloud Photo Library จะถูกลบทิ้งไปด้วย อย่างไรก็ตามสามารถกู้ภาพคืนได้จากใน Recently Deleted ซึ่งจะเก็บไว้ให้เรา 30 วัน หลังจากนั้นภาพจะหายไปอย่างถาวร
แต่มีข้อมูลว่าภาพจะยังอยู่บนเซิฟเวอร์ของ Apple ไปอีก 30 วัน ถ้าต้องการภาพคืนจริงๆ สามารถติดต่อไปยัง Apple Support เพื่อขอความช่วยเหลือได้

Photoshop คืออะไร



Photoshop เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe ที่ใช้สำหรับตกแต่งภาพถ่ายและภาพกราฟฟิก ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และงานด้านมัลติมีเดีย อีกทั้งยังสามารถretouching ตกแต่งภาพและสร้างภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เราสามารถนำโปรแกรมPhotoshop ในการแต่งภาพ การใส่ Effect ต่าง ๆให้กับภาพและตัวหนังสือ การทำภาพขาวดำและการทำภาพถ่ายเป็นภาพเขียน การนำภาพต่างๆ มารวมกัน การRetouch ตกแต่งภาพ เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมPhotoshop ยังเป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโดยเฉพาะนักออกแบบในทุกวงการย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อสนับสนุนการสร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshopจะประกอบด้วยโปรแกรมสองตัวได้แก่ Photoshop และ ImageReady การที่จะใช้งานโปรแกรม Photoshopคุณต้องมีเครื่องที่มีความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมีหน่วยความจำที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นการสร้างงานของคุณคงไม่สนุกแน่





ลักษณะงานที่เหมาะสมกับโปรแกรม Photoshop

งานที่เหมาะสมกับการใช้งานโปรแกรม Photoshop CS6 มีหลากหลายมา แล้วแต่ความต้องการของผู้ออกแบบเช่น งานรีทัชภาพ งานอาร์ทเวิรค์ งานโปสเตอร์ โปรชัวร์ แบนเนอร์ เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างเป็นระบบ (System) หมายถึงภายในระบบงานคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยที่มีหน้าที่เฉพาะ ทำงานประสานสัมพันธ์กัน เพื่อให้งานบรรลุตามเป้าหมาย ในระบบงานคอมพิวเตอร์ 
การที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว จะยังไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหากจะให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์ควรจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบคือ บุคลากร (Peopleware) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software)   ข้อมูล(Data) สารสนเทศ(Information)     และกระบวนการทำงาน ( Procedure )
1.   ฮาร์ดแวร์ ( Hardware ) ฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบของตัวเครื่องที่สามารถจับต้องได้ ได้แก่ วงจรไฟฟ้า ตัวเครื่อง จอภาพ เครื่องพิมพ์ คีร์บอร์ด เป็นต้นซึ่งสามารถแบ่งส่วนพื้นฐานของฮาร์ดแวร์เป็น 4 หน่วยสำคัญ 
1.1 หน่วยรับข้อมูลหรืออินพุต ( Input Unit) ทำหน้าที่รับข้อมูลและโปรแกรมเข้า เครื่อง มีโครงสร้างดังรูป 1.3 ได้แก่ คีย์บอรืดหรือแป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องสแกน เครื่องรูดบัตร Digitizer เป็นต้น
1.2 ระบบประมวลผลกลางหรือซีพียู (CPU : Central Processing Unit) ทำหน้าที่ในการทำงานตามคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรม ปัจจุบันซีพียูของเครื่องพีซี รู้จักในนามไมโครโปรเซสเซอร์ ( Micro Processor) หรือ Chip เช่นบริษัท Intel คือ Pentium หรือ Celelon ส่วนของบริษัท AMD คือ K6,K7(Athlon) เป็นต้น  ไมโครโปรเซสเซอร์ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล ในลักษณะของการคำนวณและเปรียบเทียบ โดยจะทำงานตามจังหวะเวลาที่แน่นอน เรียกว่าสัญญาณ Clock เมื่อมีการเคาะจังหวะหนึ่งครั้ง ก็จะเกิดกิจกรรม 1 ครั้ง เราเรียกหน่วย ที่ใช้ในการวัดความเร็วของซีพียูว่า “เฮิร์ท”(Herzt) หมายถึงการทำงานได้กี่ครั้งในจำนวน 1 วินาที เช่น ซีพียู Pentium4 มีความเร็ว 2.5 GHz หมายถึงทำงานเร็ว 2,500 ล้านครั้ง ในหนึ่งวินาที กรณีที่สัญญาณ Clock เร็วก็จะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น มีความเร็วสูง  และ ซีพียูที่ทำงานเร็วมาก ราคาก็จะแพงขึ้นมากตามไปด้วย
1.3 หน่วยเก็บข้อมูล ( Storage ) ซึ่งสามารถแยกตามหน้าที่ได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 
        1.3.1  หน่วยเก็บข้อมูลหลักหรือความจำหลัก ( Primary Storage หรือ Main Memory ) ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูลเพื่อเตรียมส่งให้หน่วยประมวลผลกลางทำการประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลเพื่อส่งออกหน่วยแสดงข้อมูลต่อไปซึ่งอาจแยกได้เป็น 2 ประเภท คือ RAM ( Random Access Memory ) ที่สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้ในขณะที่เปิดเครื่องอยู่ แต่เมื่อปิดเครื่องข้อมูลใน RAM จะหายไป และ ROM ( Read Only Memory ) จะอ่านได้อย่างเดียว เช่น  BIOS (Basic Input Output system)  โปรแกรมฝังไว้ใช้ตอนสตาร์ตเครื่อง  เพื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มต้นทำงาน เป็นต้น
     1.3.2   หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง ( Secondary Storage ) เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล หรือโปรแกรมที่จะป้อนเข้าสู่หน่วยความจำหลักภายในเครื่องก่อนทำการประมวลผลโดยซีพียู รวมทั้งเป็นที่เก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลด้วย ปัจจุบันรู้จักในนามฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) หรือแผ่นฟร็อปปีดิสก์ (Floppy Disk) ซึ่งเมื่อปิดเครื่องข้อมูลจะยังคงเก็บอยู่
1.4 หน่วยแสดงข้อมูลหรือเอาต์พุต ( Output Unit ) ทำหน้าที่ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล ได้แก่ จอภาพ และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น ทั้ง 4 ส่วนจะเชื่อมต่อกันด้วยบัส ( Bus ) 

2 ซอฟต์แวร์ ( Software ) 
ซอฟต์แวร์ คือโปรแกรมหรือชุดคำสั่ง ที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน รวมไปถึงการควบคุมการทำงาน ของอุปกรณ์แวดล้อมต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม การ์ดอินเตอร์เฟสต่าง ๆ เป็นต้น ซอฟต์แวร์ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ แต่รับรู้การทำงานของมันได้ ซึ่งต่างกับ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่สามารถจับต้องได้  ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
2.1  ซอฟต์แวร์ระบบ ( System Software ) คือโปรแกรม ที่ใช้ในการควบคุมระบบการ ทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เช่น การบูตเครื่อง การสำเนาข้อมูล การจัดการระบบของดิสก์ ชุดคำสั่งที่เขียนเป็นคำสั่งสำเร็จรูป โดยผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีมาพร้อมแล้วจากโรงงานผลิต การทำงานหรือการประมวลผล ของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ขึ้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ระบบของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อการปฏิบัติควบคุม และมีความสามารถในการยืดหยุ่น การประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
2.1.1 โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุม และติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะการจัดการระบบของดิสก์ การบริหารหน่วยความจำของระบบ กล่าวโดยสรุปคือ หากจะทำงานใดงานหนึ่ง โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ในการทำงาน แล้วจะต้องติดต่อกับซอฟต์แวร์ระบบก่อน ถ้าขาดซอฟต์แวร์ชนิดนี้ จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถทำงานได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Unix Linux  DOSและWindows (เวอร์ชั่นต่าง ๆ เช่น 95 98 me 2000 NT XP Vista ) เป็นต้น
                2.1.2  ตัวแปลภาษา (Translator)  จาก Source Code ให้เป็น Object Code (แปลจากภาษาที่มนุษย์เข้าใจ ให้เป็นภาษาที่เครื่องเข้าใจ เปรียบเสมือนล่ามแปลภาษา) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง ซึ่ง เป็นภาษาใกล้เคียงภาษามนุษย์ ให้เป็นภาษาเครื่องก่อนที่จะนำไปประมวลผล ตัวแปลภาษาแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ คอมไพเลอร์ (Compiler) และอินเตอร์พีทเตอร์ (Interpeter) คอมไพเลอร์จะแปลคำสั่งในโปรแกรมทั้งหมดก่อน แล้วทำการลิ้ง (Link) เพื่อให้ได้คำสั่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ ส่วนอินเตอร์พีทเตอร์จะแปลทีละประโยคคำสั่ง แล้วทำงานตามประโยคคำสั่งนั้น การจะเลือกใช้ตัวแปลภาษาแบบใดนั้น จะขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม ซึ่งมี 2 แบบได้แก่ ภาษาแบบโครงสร้าง   เช่น ภาษาเบสิก (Basic) ภาษาปาสคาล (Pascal) ภาษาซี (C) ภาษาจาวา(Java)ภาษาโคบอล (Cobol) ภาษา SQL ภาษา HTML เป็นต้น  ภาษาแบบเชิงวัตถุ ( Visual หรือ Object Oriented Programming ) เช่น Visual Basic,Visual C หรือ Delphi เป็นต้น
2.1.3  ยูติลิตี้ โปรแกรม (Utility Program) คือซอฟต์แวร์เสริมช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพ มากขึ้น เช่น ช่วยในการตรวจสอบดิสก์ ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลในดิสก์ ช่วยสำเนาข้อมูล ช่วยซ่อมอาการชำรุดของดิสก์ ช่วยค้นหาและกำจัดไวรัสฯลฯ เป็นต้นโปรแกรมในกลุ่มนี้ได้แก่ โปรแกรม Norton Winzip Scan virus Sidekick Scandisk Screen Saver ฯลฯ เป็นต้น
2.1.4  ติดตั้งและปรับปรุงระบบ (Diagonostic Program) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการติดตั้งระบบ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อและใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาติดตั้งระบบ ได้แก่ โปรแกรม Setupและ Driver ต่าง ๆ เช่น โปรแกรม Setup Microsoft Office โปรแกรม Driver Sound ,  Driver Printer , Driver Scanner ฯลฯ เป็นต้น
2.2  ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)
คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี การจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
            2.2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน (Special Purpose Software)  คือ โปรแกรมซึ่งเขียนขึ้นเพื่อการทำงานเฉพาะอย่างที่เราต้องการ บางที่เรียกว่า User’s Program เช่น โปรแกรมการทำบัญชีจ่ายเงินเดือน โปรแกรมระบบเช่าซื้อ โปรแกรมการทำสินค้าคงคลัง เป็นต้น ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอร์มแตกต่างกันออกไปตามความต้องการ หรือกฏเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานที่ใช้ ซึ่งสามารถดัดแปลงแก้ไขเพิ่มเติม (Modifications) ในบางส่วนของโปรแกรมได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่เขียนขึ้นนี้โดยส่วนใหญ่มักใช้ภาษาระดับสูงเป็นตัวพัฒนา
            2.2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป (General Purpose Software) เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มีผู้จัดทำไว้ เพื่อใช้ในการทำงานประเภทต่างๆ ทั่วไป โดยผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับข้อมูลของตนได้ แต่จะไม่สามารถทำการดัดแปลง หรือแก้ไขโปรแกรมได้ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเอง ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการเขียนโปรแกรม นอกจากนี้ ยังไม่ต้องเวลามากในการฝึกและปฏิบัติ ซึ่งโปรแกรมสำเร็จรูปนี้ มักจะมีการใช้งานในหน่วยงาน ซึ่งขาดบุคลากรที่มีความชำนาญเป็นพิเศษในการเขียนโปรแกรม ดังนั้น การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปจึงเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตัวอย่างโปรแกรมสำเร็จรูปที่นิยมใช้ได้แก่ MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer และเกมส์ต่างๆ เป็นต้น


3 บุคลากร ( Peopleware ) 
                บุคลากรจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดถึงประสิทธิภาพถึงความสำเร็จและความคุ้มค่าในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแบ่งบุคลากรตามหน้าที่เกี่ยวข้องตามลักษณะงานได้ 6 ด้าน ดังนี้ 
3.1  นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Systems Analyst and Designer  :  SA ) ทำหน้าที่ศึกษาและรวบรวมความต้องการของผู้ใช้ระบบ และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้ระบบและนักเขียนโปรแกรม (Programmer) หรือปรับปรุงคุณภาพงานเดิม นักวิเคราะห์ระบบต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ พื้นฐานการเขียนโปรแกรม และควรจะเป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
3.2  โปรแกรมเมอร์ ( Programmer ) คือบุคคลที่ทำหน้าที่เขียนซอฟต์แวร์ต่างๆ(Software )หรือเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งงานให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามความต้องการของผู้ใช้ โดยเขียนตามแผนผังที่นักวิเคราะห์ระบบได้เขียนไว้
3.3  ผู้ใช้ ( User ) เป็นผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเป็นผู้ปฏิบัติหรือกำหนดความต้องการในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ว่าทำงานอะไรได้บ้าง     ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป จะต้องเรียนรู้วิธีการใช้เครื่อง และวิธีการใช้งานโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมที่มีอยู่สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ
3.4  ผู้ปฏิบัติการ (Operator ) สำหรับระบบขนาดใหญ่  เช่น เมนเฟรม  จะต้องมีเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ที่คอยปิดและเปิดเครื่อง  และเฝ้าดูจอภาพเมื่อมีปัญหาซึ่งอาจเกิดขัดข้อง  จะต้องแจ้ง System  Programmer  ซึ่งเป็นผู้ดูแลตรวจสอบแก้ไขโปรแกรมระบบควบคุมเครื่อง (System  Software) อีกทีหนึ่ง  
3.5  ผู้บริหารฐานข้อมูล ( Database Administrator : DBA ) กลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลข้อมูลผ่านระบบจัดการฐานข้อมูล ซึ่งจะควบคุมให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังทำหน้าที่กำหนดสิทธิการใช้งานข้อมูล กำหนดในเรื่องความปลอดภัยของการใช้งาน   พร้อมทั้งดูแลดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ (Database Server) ให้ทำงานอย่างปกติด้วย
3.6  ผู้จัดการระบบ (System Manager) คือ ผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหน่วยงาน  เป็นผู้ที่มีความหมายต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานเป็นอย่างมาก

4.  ข้อมูลและสารสนเทศ
 4.1 ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วใช้ตัวเลขตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ ต่างๆ ทำความหมายแทนสิ่งเหล่านั้น เช่น
·         คะแนนสอบวิชาภาษาไทยของนักเรียน
·         อายุของพนักงานในบริษัทชินวัตรจำกัด
·         ราคาขายของหนังสือในร้านหนังสือดอกหญ้า
·         คำตอบที่ผู้ถูกสำรวจตอบในแบบสอบถาม
4.2 สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อสรุปต่างๆ ที่ได้จากการนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ หรือผ่านวิธีการที่ ได้กำหนดขึ้น ทั้งนี้เพื่อนำข้อสรุปไปใช้งานหรืออ้างอิง เช่น
·         เกรดเฉลี่ยของวิชาภาษาไทยของนักเรียน
·         อายุเฉลี่ยของพนักงานในบริษัทชินวัตรจำกัด
·         ราคาขายสูงสุดของหนังสือในร้านหนังสือดอกหญ้า
·         ข้อสรุปจากการสำรวจคำตอบในแบบสอบถาม
5.  กระบวนการทำงาน ( Procedure ) 
องค์ประกอบด้านนี้หมายถึงกระบวนการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ผู้ใช้จำเป็นต้องทราบขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ได้งานที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะมีขั้นตอนสลับซับซ้อนหลายขั้นตอน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีคู่มือปฏิบัติงาน เช่น คู่มือผู้ใช้ ( user manual ) หรือคู่มือผู้ดูแลระบบ ( operation manual ) เป็นต้น

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์จะเป็นไปตามที่โปรแกรมได้กำหนดไว้ โดยตัวเครื่องคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่าฮาร์ดแวร์ จะมีส่วนประกอบสำคัญขั้นพื้นฐาน 5 หน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีหลักการทำงาน ดังนี้


1. หน่วยรับข้อมูล (input unit) ทำ หน้าที่รับข้อมูลมาจัดเก็บที่หน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ จากนั้นเมื่อมีคำสั่งให้ประมวลผล ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ที่หน่วยความจำจะถูกส่งไปยังหน่วยประมวลผล
2. หน่วยประมวลผลกลาง (central processing unit) ทำหน้าที่ประมวลผลให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ จากนั้นผลลัพธ์จะถูกส่งไปจัดเก็บที่หน่วยความจำหลัก
3. หน่วยความจำหลัก (main memory) ทำ หน้าที่จัดเก็บข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ ในขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์เปิดอยู่เท่านั้น ถ้าปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลหรือโปรแกรมนั้นจะสูญหายไป
4. หน่วยแสดงผล (output unit) ทำหน้าที่นำผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลมาแสดงผลหรือจัดเก็บไว้ที่หน่วยความจำรอง
5. หน่วยความจำรอง (secondary storage) ทำ หน้าที่จัดเก็บข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ เพื่อนำมาใช้อีกครั้งในภายหลังได้ แม้จะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลและโปรแกรมที่จัดเก็บไว้จะไม่สูญหาย